Suntia

Q. ยี่ห้ออะไร ทำไมไม่เคยได้ยินมาก่อน

A. ยี่ห้อ หรือ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ของเราคือ SANTIA เป็นผลิตภัณฑ์ของ บริษัท ซันเทีย จำกัด ผลิตภายใต้แบรนด์และลิขสิทธิ์ของ บริษัทฯ ไม่มีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า จัดจำหน่ายในระบบขายตรงชั้นเดียว (SLM) เป็นหลัก โดยมีตัวแทนจำหน่ายสินค้าโดยตรง ที่สามารถกระจายสินค้าให้กับสมาชิก หรือบุคคลทั่วไปได้ และจำหน่ายทางเว็บไซด์ของบริษัทฯ เท่านั้นที่ www.MySantia.com

SANTIA เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ หรือ Functional Cosmetic คือกลุ่มเครื่องสำอางที่ให้ผลหรือประสิทธิภาพชัดเจนกว่าเครื่องสำอางค์ทั่วไป ซึ่งยังมีพื้นที่อีกมากมายสำหรับท่านที่ต้องการใช้ "เวชสำอาง SANTIA " และเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆ กัน

Q. ผลิตภัณฑ์มี อย. ไหม ?

A. ผลิตภัณฑ์ SANTIA จัดอยู่ในประเภทผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่ได้ทำการยื่นจดทะเบียนกับ อย.อย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย

 

Q. ทำไมต้องเป็นเครื่องสำอางค์ควบคุม ?

A. หลายคนคงสงสัย เนื่องจากทาง อย. ได้ตรวจพบเครื่องสำอางค์อันตรายหลายยี่ห้อ (ดูได้จากประกาศของทาง อย.) ซึ่งมีส่วนผสมของสารปรอท ทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลงเกิดพิษสะสมของปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ส่วนสารไฮโดรควิโนน ทำให้เกิดการระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย และ กรดเรทิโนอิก (กรดวิตามินเอ) ทำให้หน้าแดง แสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบ ผิวหน้าลอกอย่างรุนแรง และเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นทาง อย.จึงได้กำหนดให้เครื่องสำอางค์ทุกตัวต้องยื่นจดทะเบียนเป็นเครื่องสำอางค์ควบคุมทุกตัวตามกฎเอเชียน ฮาโมไนส์ (FDA Asia Harmonized) ซึ่งเป็นข้อกำหนดทั้งภาคพื้นเอเชียนของเราต้องปฎิบัติตาม และมาตฐานของเครื่องสำอางค์ทั้งเอเชียนต้องได้มาตฐานเดียวกัน

Q. ใช้แล้วจะเกิดการแพ้ไหม ?

A. เรื่องแพ้หรือไม่แพ้ ขึ้นอยู่กับผิวลูกค้าแต่ละท่าน ว่าใช้แล้วจะแพ้ หรือไม่ ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า ผลิตภัณฑ์ 1 ชนิด คนใช้ 100 คน อาจมีโอกาสแพ้ในบางคน ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแพ้ อาจเป็นส่วนผสมบางกลุ่มที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ อาทิเช่น แพ้น้ำหอม แพ้สารกันบูด แพ้สารกันแดดบางชนิด ซึ่งจะแพ้อะไร จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล สำหรับผู้บริโภคบางท่านเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ใดก็ตามแล้วเกิดอาการแพ้ขึ้นมา ก็จะอคติทันทีว่าผลิตภัณฑ์นั้นย่อมไม่ดี และไม่มีคุณภาพ ทั้งๆ ที่ร้อยละ 90 ของผู้บริโภคท่านอื่นๆ ใช้แล้วดี ทั้งนี้อาการแพ้นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

• แพ้เพราะผิวหน้าไม่ถูกกับส่วนผสมตัวใดตัวหนึ่งในผลิตภัณฑ์ (1 ผลิตภัณฑ์ มีส่วนผสมของวัตถุ ดิบมากกว่า 1 ชนิด บางผลิตภัณฑ์ มีกว่า 30 ชนิด)
• แพ้เพราะผิวหน้าบอบบางแพ้ง่ายมากๆ
• แพ้เพราะผิวหน้าเคยผ่านการใช้ ยาหมอที่แรงๆ ครีมแรงๆ ที่มีส่วนผสมของ ปรอท ไฮโดรควินโนน เสตียรอยด์ กรดวิตามินเอ พวกสารเคมีเหล่านี้เมื่อเราใช้ไปนานๆ แล้วจะเข้าไปทำลายเซลล์ผิว โดยการกัดกร่อนเซลล์ผิวทำลายเซลล์ผิวแต่ละชั้น จนทำให้ผิวหน้าบาง และเมื่อหยุดใช้ หรือใช้ไปนานๆ จะทำให้เกิดการอุดตัน บางท่านอาจจะมีสิวอุดปะทุขึ้นมาเต็มใบหน้า บางท่านก็มีสิวอักเสบเห่อทั่วใบหน้า หรือบางท่านมีฝ้าขึ้นหนา หน้าหมองคล้ำกว่าเดิมมากๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีผลทำให้ผิวแพ้ง่าย % สูงมากที่สุด

เพราะฉะนั้น หากท่านที่เคยใช้ครีมประเภทแรงๆ มาก่อน ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าเมื่อมาใช้ ผลิตภัณฑ์ SANTIA หรือผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่น แล้วสิวขึ้น หรือหน้าดำกว่าเดิม สาเหตุนี้เกิดจากเอฟเฟคครีมเก่าของท่าน เพราะ ผลิตภัณฑ์ของเรานั้นไม่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดหน้าดำ หรือสารอันตรายใดๆ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ที่จะ ทำให้หน้าดำ มิฉะนั้นแล้ว ผลิตภัณฑ์ของเราคงไม่สามารถผ่านการขึ้นทะเบียนการผลิตได้

แต่ทั้งนี้่ หากกลับไปใช้ครีมแรงๆ เหมือนเดิม หน้าขาวใสเร็วจริง แต่ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น สารเคมีก็จะกัดกร่อนผิวหน้าไปเรื่อยๆ จนหน้าพังได้ ฉะนั้นหากไม่ต้องการให้หน้าพัง ลูกค้าต้องหยุดใช้ครีมแรงๆ และพักหน้า ระยะเวลาพักหน้าก็ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าผ่านการใช้ครีมแรงๆ มานานแค่ไหน การพักหน้าเพื่อที่จะให้สารเคมีสลายออกไปเองตามธรรมชาติ และให้เซลล์ผิวมีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ ช่วงที่พักหน้าควรใช้ครีมบำรุงอ่อนๆ หรือไม่ใช้เลยก็ได้ (แต่ทั้งนี้ ขอบอกไว้ก่อนว่าถึงเราจะใช้ครีมบำรุงช่วงนั้นก็จะไม่เห็นผล) แต่บำรุงดีกว่าไม่บำรุง เพราะช่วงที่หยุดใช้ครีมแรงๆ เราต้องทนรับสภาพหน้าหมองคล้ำ บางครั้งสิวผดขึ้น สิวอักเสบขึ้น (เฉพาะบางคน) สาเหตุนี้เกิดจากเอฟเฟคที่ท่านใช้ครีมที่แรงๆ โดยตรง (ลูกค้าแต่ละท่าน น่าจะทราบดีที่สุดว่าครีมที่ใช้ มีสารเคมีหรือไม่ ประเภทกัดหน้า ลอกหน้า ใช้แล้วหน้าขาวเด้งเร็ว หรือใช้ 1–2 อาทิตย์ ฝ้าหายเกลี้ยง แบบนี้แล้วท่านควรพิจารณาว่าท่านกำลังเสี่ยงกับครีมที่ใช้อยู่หรือไม่) การรักษาฝ้า กระ จะเริ่มจางลงก็ประมาณหนึ่งเดือนขึ้นไป ในกรณีที่ท่านเป็นฝ้าเนื่องจากสารเคมี ฝ้าแดด ส่วนฝ้าที่เกิดฮอร์โมนนั้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่เชียวชาญในการรักษาด้วยเลเซอร์ แต่หลังจากรักษาด้วยเลเซอร์แล้ว ถ้าท่านไม่รักษาหรือดูแลทาครีมกันแดด หรือครีมป้องกันฝ้าแล้ว ฝ้าก็จะกลับมาอีก หรือบางท่านถ้าทนรับสภาพหน้าตัวเองไม่ได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง จะดีที่สุด เพราะบางท่านอาจจะมีเอฟเฟคมาก แพทย์อาจจะต้องให้ทั้งยาทา และยาทานเพื่อรักษา

ฉะนั้นคำถามที่ว่า ใช้แล้วจะแพ้? มีคำตอบให้กับทุกท่านแล้วนะคะ

Q. หยุดใช้แล้วหน้าจะดำหรือไม่ ?

A. ผลิตภัณฑ์ SANTIA เมื่อใช้แล้วหน้าขาวกระจ่างใส เมื่อหยุดใช้แล้วหน้าจะไม่ดำ หรือไหม้ไปกว่าผิวเดิมของเรา จะไม่เหมือนกับการหยุดใช้ครีมแรงๆ ที่มีส่วนผสมของสารปรอท ไฮโดรควิโนน สเตรียรอยด์ กรดวิตามินเอ แน่นอน แต่เป็นเรื่องปกติ หากเราหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามที่เราเคยใช้แล้วดี ถูกกับสภาพผิวของเรา แต่เมื่อหยุดใช้ไปตลอด แน่นอนว่าสภาพผวิของเราจะกลับไปสู่สภาพเดิมที่เราเคยเป็น แต่จะไม่ดำคล้ำไปกว่าผิวเดิมแน่นอน เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่ใช้เพียง 1-2 เดือนแล้วจะทำให้ผิวเราสวยใสไปตลอดกาล หากหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ SANTIA ก็ควรหาผลิตภัณฑ์อื่นบำรุงต่อ ไม่ควรปล่อยให้ผิวหน้าว่างเปล่าหรือขาดการบำรุง และที่สำคัญควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยปกป้องผิว ให้ผิวเราขาวกระจ่างใสได้ตลอดไปเช่นกัน

Q. ทำไมราคาแพง ?

A. คำถามนี้แทบจะไม่เคยได้ยิน มีส่วนน้อยเท่านั้นคะ แต่ในเมื่อถามมา เราก็มีคำตอบให้ ผลิตภัณฑ์ของเรานั้นต้นทุนการผลิต วัตถุดิบ ราคาสูง ราคาที่เราขายก็ต้องสูงตาม ถ้าจะให้เทียบกับครีมยี่ห้ออื่น คงเทียบกันไม่ได้ เพราะสูตรการผลิต ไม่เหมือนกัน วัตดุดิบก็มีหลายเกรด เราคัดสรรแต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพเท่านั้นมาผลิต ต้นทุนมาเท่าไหร่ เราก็ขายได้เท่านั้น ในราคาที่ไม่ขาดทุน แต่ไม่ได้บวกกำไรมากเกิน ให้เปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ที่ขายตามร้านขายยา หรือตามห้างสรรพสินค้าดูว่าราคาเราจะถูกกว่าด้วยซ้ำ เพราะเราไม่ได้บวกเพิ่มเกินความจำเป็นเลย

จุดประสงค์ของ " Santia " อยากให้ลูกค้าทุกท่านได้ใช้ของที่ดี มีคุณภาพ ในราคาที่สามารถซื้อใช้ได้